เที่ยวปาย - เชียงใหม่ ในวันปีใหม่ 31-4 /01/58
ทริปนี้เรามีแพลนไปเที่ยวปีที่ปายใหม่โดยรถทัวร์ และกลับโดยรถทัวร์เช่นกัน โดยเดินทางในวันที่ 31 ธันวาคม 2557 และกลับ ค่ำในวันที่ 4 มกราคม 2558
ก่อนเดินทางได้จองรถทัวร์ปรับอากาศของสมบัตรทัวร์ ป.1 กรุงเทพ - เชียงใหม่ ได้ในราคาที่ 563 บาท จองไป-กลับ ตกราคาที่ 1126 บาท
ส่วนที่พักได้จองออนไลน์ไว้แล้ว ของที่บ้านอารมณ์ปาย ในราคา คืนละ 900 บาท เราจองไป 2 คืน ก็ราคา 1800 บาท ที่จองไปแบบนี้เพราะเห็นว่าเป็นช่วงเทศกาลปีใหม่ที่พักอาจเต็มได้ และอีก 1 คืนเรากะไปพักที่เชียงใหม่ โดยไม่ได้ ระบุว่าจะไปพักที่ไหน งานนี้ตั้งใจเดินหาเอา มาเริ่มเดินทางกันเลย
31 /12/14 วันนี้เราเดินทางไปขึ้นรถทัวร์ที่สมบัติทัวร์ ตรงวิภาวดี ตรงข้ามโรงเรียนหอวัง เมื่อไปถึงเราไปออกตั๋วไว้ก่อน เพราะก่อนหน้านี้เราได้จองออนไลน์แล้วจ่ายเงินไปแล้ว เพียงแต่ว่าก่อนเดินทางเราต้องไปออกตั๋วจริงก่อนรถออกครึ่งชั่วโมง
หน้าเค้าเตอร์ออกตั๋วรถ
เขาถึงแล้วนะแชะรูปสองสาวก่อนออกเดินทาง ^-^
เมื่อได้เวลารถมาเราก็รีบไปขึ้นรถทัวร์ รถทัวร์เป็นที่นั่งสองชั้น ขอแนะว่าถ้าอยากนั่งสบาย รีบจองและระบุที่นั่งขอเป็นชั้นล่าง แถวหน้าเลย เพราะจะได้เหยียดขาได้สบาย ระหว่างออกเดินทาง เจ้าหน้าที่บริการบนรถก็นำขนมปัง น้ำผลไม้ น้ำเปล่ามาแจก และเมื่อเดินทางไปถึงระหว่างทาง ไม่แน่ใจว่านครสวรรค์หรือเปล่า เวลาประมาณ ตีหนึ่งกว่าๆ ได้ รถทัวร์ก็จะหยุดพักให้ลงไปเข้าห้องน้ำ หรือทานข้าวได้ 10 นาที ตรงจุดจอดรถของสมบัตทัวร์ เราสามารถนำตั๋วที่เรามีไปแลกข้าวหรือนมก็ได้ จากนั้นก็กลับมาขึ้นรถเพื่อเดินทางต่อ ในตอนเช้า เจ้าหน้าก็ยังนำกาแฟ 1 กล่องมาแจกอีก หืมม ของกินอื้อเลยกับราคา 563 บาทประทับใจจริงๆ คะ
เรามาถึงขนส่งอาเขตที่เชียงใหม่ ราวๆ หกโมงกว่าๆ เกือบเจ็ดโมงได้ จากนั้นเรากับเพื่อนก็เดินข้ามไปขนส่งเก่า ตรงนี้จะมีคิวรถตู้ไปอำเภอปาย กันคะ ค่าตั๋วราคา 150 บาทต่อเที่ยว ไป-กลับ ก็ 300 บาท แนะว่าซื้อจองตั๋วไปกลับจะดีกว่ากรณีไปช่วงเทศกาลจะได้มีที่นั่งไม่ต้องไปคอยต่อคิว หรือเสียเวลารอ เราไปถึงเช้า ได้ตั๋วเที่ยวตอนเช้าออก รถเวลา 07.40 นาที เราให้รถไปส่งที่ท่ารถตู้ในอำเภอปลายเลยคะ ตรงนี้จะเป็นศูนย์กลาง ของ ที่พัก ของกิน ถนนคนเดิน แถมมีที่เช่ารถมอเตอร์ไซด์ทุกอย่างง่ายสำหรับคนไม่มีรถ หรือเดินทางแบบแบ็คแพ็ค เรามาถึงที่นี่ราวๆ เวลาห้าโมงเช้ากว่าๆ
ด้านหลังสาวแบ็คแพ็คในถนนคนเดิน เช้าวันแรกที่มาถึง
จากนั้นเราได้เช่ารถมอเตอร์ไซด์ที่ร้านเดือนเด่น เลยขนส่งไปนิดนึง ราคาค่าเช่ารถก็ราคา 140 บาท เมื่อได้รถพร้อมหมวกกันน็อคแล้ว เราจึงได้โทรติดต่อไปยังรีสอร์ท บ้านอารมณ์ปายเจ้าหน้าที่ทางนั้นมาขอโทษเราใหญ่ยกใหญ่ เหตุเพราะว่าได้จองที่พักซ้ำซ้อนไปแล้ว อ้าววว ไหงเป็นงั้น แต่เค้าก็รับผิดชอบโดยจองที่พักใหม่ให้เราเป็นที่พัก บันนี่ปาย และแจ้งราคา 1500 ต่อคืน ส่วนต่างเค้าจะชดเชยออกให้ เราก็ไม่ใช่คนเรื่องมากอะไร ก็ตกลงโอเคคะ จากนั้นเราก็ขี่มอเตอร์ไซด์ออกไปยังที่พักบันนี่ปาย ที่พักบันนี่ปายอยู่ตรงข้ามกับคอฟฟี่อินเลิฟ หาไม่ยากเลยคะ มาดูหน้าที่พักกันคะ
ด้านหน้ามีลานกว้างๆ สำหรับจุดกางเต้นท์ ที่นี่มีบริการให้เช่าเต้นท์ด้วย
หลังนี้คือบ้านพักของเรา มีที่นอน ทีวี และก็น้ำอุ่นถามว่าอุ่นไหม ไม่อุ่นหรอกคะแต่เราก็อยู่ได้
หลังจากเข้าที่พักกันเรียบร้อยแล้ว เราสองคนกับเพื่อนก็ตกลงกันว่าเราจะไปหาขนมกาแฟ เติมพลังในเที่ยงวันนี้กันที่คอฟฟี่อินเลิฟ ขี่มอเตอร์ไซด์ไปนิดเดียวถึงละ
ถึงละคนเยอะจุงเบย
แต่ละคนที่มากก็อยากมานั่งดื่มด่ำกับบรรยากาศกันทั้งนั้น
มุมสวยๆ ยอดนิยม ^-^
เซตนี้โอมะคะ เค้กกับกาแฟเอสเปรสโซ่ เพิ่มดีกรีแรงๆ หน่อย คิคิ
เค้กกาแฟ
วิวสวยๆ
และบ้านเหลือง
ดื่มด่ำบรรยากาศถ่ายรูปกันเพลินทีเดียวที่นี่ เพราะมีดอกไม้สวยๆ เยอะและวิวทิวทรรศ์ก็แจ่ม บรรยากาศก็ดีอากาศเย็นๆ หนาวๆ 14 องศาสดชื่นกันเลยทีเดียว ไม่เหนื่อยคะ เราสนุกถ่ายรูปเล่นกันเรื่อยๆ จากนั้นเมื่อเต็มอิ่มกับพื้นที่ตรงนี้แล้ว เรากับเพื่อนก็เดินทางต่อ ย้อนไปทางที่รถตู้พาเรามาไปเก็บสะพานประวัติศาสตร์ ที่จริงแล้วการมาปายเรากลับมาเป็นครั้งที่สอง ครั้งแรกไม่ได้รีวิว แต่มาคราวนี้ตั้งใจจะมาพาเพื่อนๆ ที่ยังไม่เคยไป และอยากไปแบบประหยัดลองมาเที่ยวกันไปไม่ยากอย่างที่คิด
จากนั้นเราก็ขี่มอเตอร์ไซด์ไปเที่ยวสะพานประวัติศาสตร์สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 The 2 nd world war bridge กันต่อ คนมาเที่ยวกันเยอะมาก เดินชนกันตลอดกว่าจะได้แต่ละภาพมาต้องรีบกดไวๆ รัวๆ กันเลยทีเดียว ^-^
 |
| สะพานประวัติศาสาตร์ |
 |
| ตรงมีบริการถ่ายรูปกับน้องๆ และนั่งบนรถสามล้อถ่ายรูปให้เงินค่าขนมเด็กๆ |
 |
| ผู้คนต่างแวะมาถ่ายรูปกับสะพานโบราณกัน |
สะพานประวัติศาสาตร์
พวกเราถ่ายรูปเก็บเกี่ยวความสุขบนสะพานประวัติศาสตร์เสร็จแล้ว และเห็นว่าอากาศไม่ได้ร้อนอะไรมากมาย ก็เลยคิดว่าค่อยๆ ขี่รถชิวๆ ไปต่อที่ปายแคนยอนกันต่อ ไปเรื่อยๆ ไม่รีบ เพราะตั้งใจมาเที่ยวพักผ่อนแบบสบายๆ ยอมรับว่าปีนี้อากาศเย็นดีทำให้มีแรงลุยต่อ เราขี่ไปเรื่อยๆ ไม่นานก็มาถึงปายแคนยอน สำหรับคนที่กลัวหลง รับรองไม่หลงคะ ขอแผนที่เขามาก็ได้ แต่ระยะทางแต่ละที่ก็วนกลับจากสะพานประวัติศาสาตร์ไปยังตัวเมืองปาย เดี๋ยวก็เจอป้ายบอกทางเข้าปายแคนยอน
 |
| ถ่ายรูปคู่ป้ายหน่อย ^-^ |
จากนั้นเราสองสาวก็เริ่มเดินขึ้นไปที่ปายแคนยอนกัน ระหว่างทางก็เป็นดังนี้
 |
| หายเหนื่อยเลยคะ |
ช่วงเวลานี้น่าจะประมาณบ่ายสาม เกือบสี่โมงเย็นได้ เราจึงนั่งเล่นพักเหนื่อยกดมือถืออัพรูปกันสนุกสนานกันใหญ่ และเมื่อเห็นว่าเวลากำลังพอดี จึงไปเที่ยวน้ำตกแพมบกกันต่อ การไปน้ำตกแพมบกก็แค่ขี่รถย้อนกลับไปที่อำเภอปายเหมือนเดิม เป็นเส้นทางกลับที่พักพอดีคะ จากนั้นเมื่อผ่านไปจะเห็นป้ายให้เลี้ยวไปน้ำตกแพมบก เราก็ขี่เข้าไปตามเส้นทาง
 |
| น้ำตกแพมบก |
เรามาถึงที่นี่ก็มีชาวต่างชาติ ใจกล้ามากระโดดเล่นน้ำตกทั้งที่อากาศหนาวๆ เย็นๆ และน้ำก็เย็นมากกก นี่ถ้าอากาศร้อนเราคงกระโดดเล่นกับพวกเขาด้วย แต่ไม่ไหวคะ ขอยอมแพ้แค่เอาเท้าลงไปแช่ก็แข็งจะแย่ละ งานนี้ขอบาย เรานั่งเล่นที่นี่กันจนเย็น และก็เดินทางกลับที่พัก บันนี่ปาย ตอนค่ำๆ ภารกิจเรายังไม่จบ เราแวะไปเดินถนนคนเดินกันต่อ เอ้าาาาา ต่อถนนคนเดินกันเลย การไปถนนคนเดินก็ที่เดิมที่เราไปลงรถตู้และเช่ามอเตอร์ไซด์วันนี้เอง ขี่รถย้อนกลับไปทางเก่าทั้งนั้น
เราเอารถมาจอดที่วัดนี้ จำชื่อวัดไม่ได้
แต่ถ้าคนจะจอดรถก็ต้องเข้ามาที่นี่หมด เพราะในวัดนี้บริการที่จอดรถฟรี
เข้าไปจอดได้หากจะมาเดินเล่นที่ถนนคนเดินคะ
ถนนคนเดิน
วันนี้เราเดินเที่ยวหาอะไรทานที่ถนนคนเดินกันจนถึงสาม สี่ทุ่มเราก็เดินทางกลับที่พักเพื่อพักผ่อน เสร็จภารกิจ ใน 1 วันถามว่าเหนื่อยไหม ไม่เหนื่อยเลยคะ แต่ง่วงนอนมากกว่า อาจจะเป็นเพราะว่าวันนี้เที่ยวเล่นทั้งวันแล้ว และก็สนุกกับทุกที่ๆ ไป ได้ถ่ายภาพเพลินเลยทีเดียว
 |
| อรุณสวัสดิ์เช้าวันใหม่ |
เริ่มต้นวันที่สองด้วยอากาศหนาวๆ วันนี้อากาศราวๆ 14 องศาได้ เรามาชมภาพทะเลหมอกไกลๆ ยามเช้าตรู่ที่พัก บันนี่ปายกันคะ
 |
| น้ำตกหมอแปง |
เห็นเด็กๆ มาเล่นน้ำกันหลายคนน่าจะเป็นเด็กๆ ทีอยู่แถวนี้เห็นนำจักรยานมาขี่เล่นด้วยแต่น้ำไม่ลึกคะ เพราะวันที่มาน้ำน้อยมาก ตามภาพเลย
 |
| น้ำตกหมอแปง |
เห็นเด็กๆ เล่นน้ำกันน่าสนุกก็อยากไปเล่นบ้างแต่น้ำมันน้อยเกินไปจริงๆ อย่างมากก็ได้แค่ถ่ายรูปชิวๆ และเดินเล่นเก็บบรรยากาศโดยรอบ เราก็เลยแพลนว่าอ่าางั้นไปขี่รถเล่นถ่ายรูปริมน้ำปายเป็นโปรแกรมต่อไปกันดีกว่า
 |
| วิวระหว่างทาง | | | | | | | | | | วิวระหว่างทาง | |
|
ระหว่างทางเห็นวิวสวยๆ อดแวะจะจอดถ่ายภาพไม่ได้ มันสวยจริงๆ คะ
 |
| ริมน้ำปาย |
ระหว่างทางที่เราขี่กลับกำลังจะเดินทางเข้าข้างในเมืองปาย เราก็มาผ่านริมน้ำปาย ตรงจุดที่เราผ่านมีหลายสถานที่มีรีสอร์ทเล็กๆ เปิดบริการให้เช่าที่กางเต้นท์ หรือ มาเช่าเต้นท์กลางนอนริมน้ำปายก็ได้ แต่คนที่จะมาแถวนี้ต้องมีรถเพราะว่าระยะทางไกลพอสมควร เราเห็นตามริมน้ำมีหลายคนมานอนพักผ่อนกลางเต้นท์ห่างไกลผู้คนดูแล้วได้ฟีลลิ่งจังเลย
 |
| ถ้าสังเกตุจะเห็นตรงจุดนี้มีสะพานข้ามแม่น้ำ แต่ไม่ใช่ตรงสะพานประวัติศาสตร์ และไม่ใช่ตรงจุดชุมชน |
หลังจากนั้นพวกเราก็ขี่รถเข้าถนนคนเดินไปจนสุดทางเผื่อไปถ่ายจุดยอดนิยมแถวๆ มาริปาย และเป็นที่ๆ หลายคนนิยมมาถ่ายรูปกัน ที่พักสวยอยู่ริมน้ำปายจริงๆ
 |
| วิวสวยๆ ริมน้ำ |
 |
| แถวนี้ที่พักเยอะมากและมีเต้นท์บริการให้เช่านอนด้วย |
 |
| รีสอร์ทนี้ติดริมน้ำสวยทีเดียว |
 |
| มองในมุมเดินข้ามสะพานมาฝั่งตรงข้าม |
 |
| มุมนี้ทานอาหาร นั่งดื่มกาแฟมองริมน้ำ |
ไปต่อร้าน All About Coffee
 |
| บรรยากาศในร้าน |
ถ่ายรูปเที่ยวเพลินเลยคะ เอาละไปหากาแฟบวกกับเค้กกินที่ร้านกาแฟขึ้นชื่อกันดีกว่า ยังมีอีกร้านที่ขึ้นชื่อที่ปาย ร้านนี้เก่าแก่ทีเดียวเป็น บ้านอายุ140 ปี อีกทั้งยังมีภาพวาดสวยๆ หลายภาพ ให้ดูมากมาย ชอบมากเลยคะสำหรับที่นี่ ชื่อร้าน All about Coffee ร้านอยู่ตรงทางออกของถนนคนเดินพอดีใกล้สีแยก ลองถามคนแถวๆนั้นก็ได้คะและร้านจะปิดราวๆ ห้าโมงเย็นเพราะจะมีคนมาตั้งของขายในตอนค่ำๆ เพราะเป็นเส้นถนนคนเดินพอดี ต้องยอมรับว่าเค้กที่นี่อร่อย กาแฟก็ใช้ได้รสชาดดีทีเดียวคอนเฟิร์ม
 |
| เมนูนี้อร่อย กาแฟ ทางร้านแนะนำกาแฟนัว เราก็เลยสั่งมาชิมพร้อมเค้กกล้วยกับบลูเบอรี่ชีสเค้ก |
 |
| ภาพวาดเต็มฝาผนังเลยสวยๆ ทั้งนั้น |
 |
| มุมเบาๆ ดื่มด่ำบรรยากาศ |
 |
| บรรยากาศบนชั้นลอย ของร้าน |
พักผ่อนกันจนไปถึงสี่โมงเย็นได้ เค้ก กาแฟ ก็กินหมดแล้วเตรียมตัวมูฟออกจากร้านไปต่อกันที่บ่อน้ำพุร้อนท่าปาย การเดินทางไปบ่อน้ำพุร้อนท่าปาย ไปไม่ยากเลยคะ จำเมื่อวานที่เราเดินทางไปสะพานประวัติศาสตร์ได้ใช่ไหมคะ ให้เราย้อนกลับไปทางเดิมเส้นทางเดิมเลย และขี่รถข้ามสะพานไปไม่ไกลคะ มองท้างซ้ายมือขี่ไปสักพักจะเจอป้ายบ่อน้ำพุร้อนท่าปาย เลี้ยวซ้ายเข้าไปได้เลย หรือจะเลยไปนิดไปเข้าตรงทางเข้าที่เขี่ยนชื่อรีสอร์ทว่า ปายฮอทสปริงสปา
สำหรับที่นี่เมื่อครั้งแรกเราเคยเข้าไปพักแล้ว ที่นี่ก็มีบริการน้ำพุร้อนให้แช่เช่นกัน สำหรับคนที่เช่าที่พักอยู่แล้วก็สามารถเข้าไปแช่ได้ แต่คนภายนอกเข้าไปก็เสียเงินแต่ไม่แน่ใจเท่าไหร่คะ ก่อนจะไปดูบ่อน้ำพุร้อนท่าปาย จะพาเข้าไปดูรีสอร์ทที่พัก ปาย ฮอท สปริง สปา อันนี้เป็นรูปเมื่อครั้งแรกที่เราไปพัก มีภาพภายในรีสอร์ทมาให้ดูคะ
 |
| ทางเข้ามาจะเห็นที่ให้จอดรถข้างหน้า |
เมื่อเดินเข้ามา จะเห็นข้างๆ เขาทำบ่อเล็กสองข้างให้สำหรับนักท่องเที่ยวที่เหนื่อยล้าจากการเดินทางแช่น้ำร้อน ซึ่งอุ่นๆ กำลังพอดีเท้าเป็นน้ำจากธรรมชาติ ช่วยให้ผ่อนคลายจากการเดินทาง
 |
| แช่น้ำอุ่นๆ กันหน่อย |
|
|
 |
| บรรยากาศสวนภายใน |
 |
| ห้องพักที่เราจองประมาณแบบนี้คะ แต่มันก็มีหลายแบบข้างใน |
|
|
มุมนั่งเล่นหน้าบ้านพัก
 |
| ตรงนี้เป็นทางเดินไปทานอาหาร |
|
 |
| มุมนี้หากมองในมุมที่สาวคนนี้นั้งจะเห็นแม่น้ำปายไหลตลอดทาง มีนาชาวบ้านบรรยากาศดีมากๆ |
|
กลับมาสู่สภาวะปัจจุบัน ^-^ คะหลังจากเลี้ยวซ้ายเข้าไปในซอยก็ขี่ไปตามทางเลย ไปเรื่อยๆ ก็จะไปเจอทางแยกก็เลี้ยวซ้ายไปอีก เมื่อขับขี่ไป จะเจอป้ายบอกอุทยานโป่งน้ำร้อนท่าปาย อยู่ทางขวามือ แต่ตรงป้ายนั้นจะอยู่ตรงทางลงเนินพอดีให้ชะลอระวังอุบัติเหตุด้วยเพราะอยู่ระหว่างทางลงเนิน แล้วต้องเลี้ยวขวาเข้าอุทยาน
อุทยานแห่งชาติโป่งน้ำร้อนท่าปาย
 |
| มองตรงมุมนี้จะเห็นนักท่องเที่ยวเอาเต้นท์มากางนอนในอุทยานกัน |
 |
| บรรยากาศภายในอุทยาน |
 |
| หลายคนต่างเดินทางมาพักผ่อนที่นี่ |
 |
| หิวก็แวะมาหาอะไรหม่ำได้ |
 |
| โซนน้ำร้อน อุ่น ตามอุณหภูมิแต่ละชั้นแตกต่างกัน |
 |
| จะมีป้ายบอกแต่ละชั้นว่าร้อนระดับไหน กี่องศา |
 |
| หลายคนลงไปแช่ เล่นพักผ่อนกันอย่างสนุกสนาน |
เมื่อเดินขึ้นไปเรื่อยๆ ตามทางก็จะไปถึงยังบ่อน้ำร้อนซึ่งร้อนมาก มีบางบ่อสามารถนำไข่ไปต้มได้ แต่ไม่สามารถลงไปแช่ได้ อันตราย
 |
| ทางเดินไปโป่งน้ำร้อน |
 |
| หลายคนแวะมาเที่ยวชม |
 |
| และก็มาต้มไข่ |
หลังจากที่เดินทางเที่ยวทั้งวันแล้ว รากับเพื่อนก็ตกลงใจจะแช่น้ำร้อนไปทุกอุณหภูมิกันเลยทีเดียว กว่าจะเดินทางกลับได้ก็เล่นซะค่ำเดินทีต้องใช้ไฟฉายส่องทางตลอด แต่ก็สนุกดีได้แช่น้ำแร่จากธรรมชาติดีทีเดียว มีนักท่องเที่ยวที่ค้างคืนที่อุทยานก็ยังคงแช่อยู่ไม่ได้รีบไปไหน สงสัยคืนนี้คงจะมีแคมป์ปิ้งกัน แอบอิจฉานิดๆ ^-^ หมดไปอีก 1 วัน
 |
| อรุณสวัสดิ์เช้าวันที่สาม |
วันนี้เราตั้งใจจะกลับเข้าเชียงใหม่เพราะไม่อยากรีบเร่งกลับในเข้ากรุงเทพในวันที่ 4 เช้านี้รถออกตอนแปดโมงเช้า เราจึงรีบตื่นและน้ำรถมาคืนที่ร้านเช่ารถแต่เช้า และเห็นว่าเวลายังเหลือจึงทานโจ๊ก และกาแฟ ที่ขายอยู่ใกล้ๆ ท่ารถ ตรงนี้อาหารเช้ามีขายเยอะ เลือกกินได้เลย
 |
| โจ๊กร้อนๆ พร้อมด้วยปาท่องโก๋ กาแฟร้อน แจ่มนะคะ ^-^ |
 |
| อิ่มอ่าาาา |
อย่างที่บอกว่าเราจองที่พักไว้แค่สองคืนสำหรับมาเที่ยวปาย และวันที่สามเราจึงตัดสินใจเข้าเชียงใหม่เราจึงยังไม่มีที่พัก วันนี้มาถึงขนส่งเชียงใหม่ราวๆ เที่ยง ตั้งใจว่าจะหาที่พักใกล้ๆ ขนส่งเชียงใหม่ และเราก็เซิร์ทเจอที่นี่ โรงแรมชื่อเซเว่นเดย์ บอกได้คำเดียวว่าชอบมากราคาไม่แพง ใกล้ขนส่งเดินไปได้
 |
| โรงแรมเซเว่นเดย์ |
 |
| บรรยากาศภายใน |
 |
| มุมนั่งเล่น |
 |
| เมื่อมองออกไปหน้าประตู |
 |
| หิวมาก็แวะซื้อโจ๊ก มาม่า ไอติมก็มีกินได้ ส่วนกาแฟฟรีถึงเที่ยง |
 |
| มุมนี้นั่งข้างหลังมองไปจะเห็นมุมของกิน และบรรไดเดินขึ้นไปข้างบนห้องพัก |
 |
| มุมนี้อยู่ด้านนอกแต่เป็นข้างหลังของโรงแรม เป็นวิวสวนเล็กๆ |
 |
| เมื่อมองจากมุมนี้เข้าไปจะเห็นแบบนี้ |
ที่นี่ราคาโรงแรม 590 บาท เหมาะกับคนชอบที่พักราคาถูก..อยู่ใกล้ขนส่งอาเขต และอเวนิว..เดินมาได้ ห้องพักสะอาดดีคะ
เรามาถึงก็พักเหนื่อยกัน เพื่อนอีกคนที่มาก็รู้สึกเหมือนจะป่วยๆ ก็เลยกินยานอนเล่นอยู่บนโรงแรม ส่วนเราก็พักเหนื่อยสักพักก็ออกไปหาข้าวหม่ำที่อเวนิว ตรงขนส่งที่เรามาครั้งแรกคะ
 |
| และก็ได้เซตนี้มากิน ข้าวผัดปู กับ น้ำกระเจี๊ยบ |
จากนั้นก็ออกสำรวจห้างอเวนิวมีอะไรบ้าง ไม่ได้ไปไหน ตอนค่ำๆ ก็ออกไปเดินกับเพื่อนเล่นๆ โดยเราขึ้นรสองแถวเล็กๆ กับเพื่อนคนละ 50 บาทไปแถวไนท์บาซาร์ จากนั้นเราก็เดินเล่น และเดินไปเรื่อยๆ จนถึงตลาดดอกไม้ เดินเล่นริมน้ำ จากนั้นเมื่อเดินเล่นจนเมื่อยละก็ต่อรถสองแถวเหมาไปร้านหมูกะทะในราคา 120 บาท มั้งถ้าจำไม่ผิด หม่ำกันเป็นอาหารค่ำเลย
 |
| กินหมูกะทะที่นี่ก็ช่วยบรรเทาอากาศเย็นๆ ได้ |
และก็เหมารถสองแถวกลับที่พัก ในราคา 80 บาท วันนี้ก็หมดไปอีกวัน
 |
| สดชื่นในเช้าวันที่ 4 กันคะ |
|
|
เช้าวันนี้เรากับเพื่อนก็ต้องแยกกันเพื่อนสาวคนนี้จะไปลุยเดี่ยวเที่ยวเชียงราย ส่วนเรายังคงมาเที่ยวตัวเชียงใหม วันนี้ตั้งใจไปไหว้พระขอพร ทำบุญตามวัด ก็เลยลองหาข้อมูลดูว่าจะเริ่มจากวัดไหนก่อนดี แล้วก็ได้ข้อสรุปว่าเราจะเริ่มต้นที่
วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร เป็นที่แรกคะ แต่ว่าก่อนจะไปนี่เราต้องทำการเช็คเอ้าท์ออกจากโรงแรมเสียก่อน ซึ่งเวลาที่ดิฉันออกก็สิบโมงเช้าได้ ก็เลยนำของไปฝากไว้ที่สถานีขนส่งอาเขต เพราะที่นี่มีรับฝากกระเป๋า และค่อยมารับกลับตอนเย็น ค่าฝากก็ราคา 20 บาท
แล้วจากนั้นก็นั่งรถสองแถวไปวัดพระสิงห์วรมหาวิหาร สองแถวเก็บ 50 บาท แต่บนรถสองแถวก็มีคนอื่นๆ ขึ้นด้วยเหมือนกัน
 |
| วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร |
 |
| วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร |
 |
| วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร |
หลังจากไหว้พระในโบถส์ขอพรเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เราก็เลยออกมาเดินเล่นถ่ายภาพรอบบริเวณวัด
 |
| รูปปั้นหลวงปู่ |
 |
| เห็นพระท่านนั่งสมาธิข้างๆ ด้วย |
 |
| ชาวต่างชาติมาเที่ยววัดกันเยอะมาก |
หลังจากหม่ำข้าวซอยอิ่มแล้ว เราก็ไปเที่ยวไหว้พระตามวัดต่อคะ เดินไปข้างหน้าก็เจอวัดนี้
วัดอินทขีลสะดือเมือง กราบไหว้หลวงพ่อขาวคะ
 |
| วัดอินทขีลสะดือเมือง |
 |
| วัดอินทขีลสะดือเมือง |
แล้วไปต่อกันอีกที่วัด ดวงดีวัดนี้ไม่ไกลจากวัดขีลสะดือเมืองเดินไปได้เรื่อยๆ คะ วัดจะติดๆ กันเยอะ
 |
| วัดดวงดี |
 |
| วัดดวงดี |
 |
| อ่านประวัติกันดู |
 |
| ไหว้พระขอพรกันคะ |
จบจากวัดนี้เราก็ไปต่ออีกที่พระเจดีย์สารีริกธาตุสิริรักษ์
 |
| พระเจดีย์สารีริกธาตุสิริรักษ์ |
และสุดท้ายก็ไปเดินเล่นต่อที่ประตูเมืองแถวท่าแพ ที่นี่มีของขายเพียบตลาดเปิดตอนเย็น เป็นเหมือนจตุจักรทีเดียว
 |
| เพิ่มคำอธิบายภาพ |
เมื่อเดินเล่นซื้อของจนหายเหนื่อยละ เราก็เหมาสองแถวในราคา 120 บาทกลับขนส่งอาเขตและเตรียมตัวขึ้นรถทัวร์กลับกรุงเทพคะ
หวังว่าเพื่อนๆ หลายคนคงได้ประโยชน์จากการรีวิวของเราไม่มากก็น้อยนะคะ ^-^
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น