วันอาทิตย์ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2555

ลุยสิงค์โปรด้วยตัวเอง

ลุยสิงค์โปรด้วยตัวเอง
ทริปนี้วางแพลนไปเที่ยวสิงคโปร์ ใช้เวลา 2 คืน 3 วัน ไปกับเพื่อน 2 คน โดยเที่ยวไปจองตั๋วกับสายการบิน แอร์เอเซีย และเืที่ยวกลับกับสายการบิน ไทเกอร์แอร์ไลน์ ของสิงคโปร์ ซึ่งได้ราคาไม่แพงมากนัก ในคราวนั้นเราเอาเปรียบเทียบไปกลับ ราคาเท่าไหร่ และถ้าแยกคนละสายการบิน จะราคาเ้ท่าไหร่ สรุปเห็นว่าแยกคนละสายการบินจะถูกกว่าเราเลยจองไปแบบนั้น แต่ก็ได้บรรยากาศแตกต่างกันไป
ที่สิงคโปร์เวลาจะเร็วกว่าที่ไทย 1 ชั่วโมง
เดินทางออกจากสนาม บินสุวรรณภูมิในตอนเช้า โดยสายการบินแอร์เอเซีย ถึงสนามบิน Changi ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง คือออกตอนเช้า 07.05-10.20  เมื่อ เดินทางมาถึงสนามบินชางกิ เครื่องจะจอดที่อาคาร 2 (Terminal 2) จากนั้นหา immigration ซึ่งต้องลงบันไดไปอีกชั้น 1 เพื่อไปยัง MRT Staion:Changi ออกจากสนามบินที่ MRTปลายทางของเราคือ Kallang คะ รถไฟสายสีเขียวระยะทางเริ่มต้น 0.80 SGD 
  มาถึงซะที่ คิคิ

ที่นี่จะมีแผนที่แจกที่สนามบินหยิบมาได้ ฟรีคะ MRT ที่นี่ปิดเที่ยงคืนเราได้แลกเงินไว้พร้อมแล้วก็นำเงินไปกดตามเส้นทางที่จะไป เมื่อเรามาถึงสถานีเป้าหมายเราก็มุ่งตรงไปร้านข้าวมันไก่ อยู่ใกล้ๆ สถานีรถไฟในตอนนั้นก็แบกกระเป๋าไปนั่งกินด้วย คนมองเต็มร้าน กระเป๋าใบใหญ่ๆ 2 คนก็เต็มพื้นที่ ด้วยควาที่กองทับต้องเดินด้วยท้องเราก็ต้องเพิ่มพลังกันก่อน จะไปเดินหาโรงแรม  เมื่อทานข้าวอิ่มแล้วเราก็สอบถามคนแถวนั้นว่าโรงแรมอยู่ตรงซอยไหน ก็สรุปได้ว่าสามารถจะเดินไปได้ หรือถ้าขี้เกียจเดินก็หาแท็กซี่ไปส่งใกล้ๆ ก็ได้ ระยะทางไม่ถึงกับไกลมาก แต่ก็ไม่ใกล้ เราสองคนตัดสินใจเดินไป เพราะว่าะจะได้เดินดูบ้านเมืองที่นี่ไปด้วย อีกทั้งจะได้รู้ตามตรอกซอกซอยมีอะไรบ้าง 
เมื่อเดินไปถึงโรงแรมที่ เราได้จองไว้ทางเน็ตคือ Fragrance Crystal Hotel ย่านเกลั้งซึ่งย่านนี้กลางคืนอาจจะดูไม่ค่อยดีเท่าไร เพราะมักมีสาวๆ ที่ออกมายืนตามท้องถนน แต่เราไม่ได้มองที่ส่วนนั้น เราแึค่มาพักที่โรงแรมนี้เพราะเห็นว่าสภาพห้องดูโอเคใช้ได้ ไม่สกปรก และไม่แพงมาก อีกทั้งค่าใช้จ่ายที่นี่ก็แพงกว่าบ้านเรา เพราะงั้นอะไรที่ประหยัดได้ก็ประหยัดมีที่ซุกหัวนอน และปลอดภัยก็อยู่ได้แล้วคะ เรื่องความสะดวกสบายก็จัดว่าดี แม้จะไม่ได้ดีเท่าโรงแรม 5 ดาวแต่ก็โอเคนะคะ ^-^
หลังจากที่นำ กระเป๋าไปเก็บไว้ที่โรงแรมแล้ว ก็เป็นช่วงเวลาบ่ายได้ เราจึงตัดสินใจพักสัก 2 ชั่วโมงหลังจากเดินทางไปถึงโรงแรม และ่ตั้งใจว่าสักบ่ายสามโมง เราจะเตรียมตัวเดินทางไปเที่ยวไนท์ซาฟารี หรือสวนสัตว์กลางคืน
 




ไนท์ซาฟารี เปิดบริการตั้งแต่เวลา 19.30-24.00 น.(ค่าเข้าชมS$18) ณ ปัจจุบันไม่ทราบว่าขึ้นหรือยัง แต่เราจะซื้อพร้อมชมสวนนกไปด้วยก็รวมเป็นราคา S$25 

วิธีการเดินทางไป ก็เดินไปที่สถานีรถไฟฟ้าที่เรามาในตอนแรก จากนั้นก็นั่งไปที่สถานี Outram Park และนั่งสายสีม่วงไปลงที่ เพื่อไปลงสถานี Dhoby Ghaut และเปลี่ยนเป็นสายสีแดงก่อนจะมุ่งหน้าตรงไปยังสถานี Ang Mo Kio เมื่อถึงสถานีนี้แล้วก็ใช้ทางออก B ก่อนจะเลี้ยวขวาแล้วเดินตรงไปเรื่อยๆ เพื่อไปยังป้ายรถเมล์ (ฺBus stop 3) รถเมล์นั่งสาย sbs 138 
   

 เมื่ิอมาุถึงสวนสัตว์้เราก็มุ่งหน้าไปหน้าเคาเตอร์ขายตั๋ว ซื้อตั๋ว Night Safari and Jurong Bird ากสวนสัตว์ก็เดินตามทางไปเรื่อยๆเพื่อเลี้ยวซ้ายไปอีกสถานที่คือ Night safari  ระหว่างนั้นจะผ่านป้ายรถเมล์ (ตรงนี้เป็นจุดสำคัญสำหรับขึ้นขากลับ) เดินตรง ไปไม่ไกลจะเห็นป้ายบอก เห็นร้านขายของที่ระลึก และร้านอาหารบริการก่อนจะเริ่มเข้าไปจะมีตั๋วขายอยู่ด้านหน้า ตั๋วที่ซื้อมาตรงนี้เราสามารถเดินไปได้ แต่ถ้าไม่อยากเดินก็จะมีรถบริการสำหรับเข้าไปชมสัตว์ตอนกลางคืน แต่ต้องซื้อและจ่ายเงินทั้งหมดเป็นจำนวน S เมื่อได้ตั๋วแล้วก็รอต่อคิวเข้าไป เราได้รอสักพักก็มีเจ้าหน้าที่มาเปิดประตูให้นักท่องเที่ยวเข้าไป และรอต่อแถวขึ้นรถ Tram ซึ่งจะใช้เวลาในการดูสัตว์ 45 นาที 
การแสดงชุด Creatures of the Night  (ควรจะชมรอบ 20.00 น.)
หลังจากดูสัตว์จบจะมีเจ้าหน้าที่นำทางไปยังเวทีการแสดงใช้เวลาในการแสดง40นาที 
วิธีเดินทางกลับ
 ให้เดินย้อนไปทางเดิมที่ด้านหน้า Night safari และ ย้อนไปรอที่ป้ายรถเมล์เดิม ควรรีบออกก่อนเพื่อกันตกรถ แล้วนั่งรอรถบัสสายเดิม คือ 138 กลับไปที่รถไฟฟ้า (รถบัสควรขึ้นข้างหน้า) นั่งรถประมาณ 20 นาทีก็จะถึง MRT วิธีสังเกต คือรถจะวิ่งวนทางเดิม แต่เป็นคนละฝั่ง แล้วก็เดินย้อนมาที่สถานีรถไฟ เพื่อมานั่งรถไฟสายสีแดง แต่เราได้ตัดสินใจจะไปเที่ยวย่าน chinatow เพื่อหาอะไรทาน ได้ยินแถวนี้มีข้าวมันไก่รสเด็ดก็อยากจะไปแวะชิมสักหน่อย หรือแวะไปเดินห้าง Mustafa ก็ได้เพราะห้างนี้เปิด 24 ช.ม.ซึ่งห้างนี้ จะไปได้ก็คือ ถ้าจะไปทาง MRT ก็ให้นั่งรถไฟไปลงที่สถานี Farrer Park ก็จะใกล้กว่าการเดินผ่านทาง สถานี Little Indiaอีกวิธีเดินผ่านย่าน chinatown เพื่อหาอะไรทานแล้วเดินผ่านย่าน Chainatown แล้วเดินหาอะไรทานไปเรื่อยๆ

การเดินทางกลับที่พัก หากจะเดินทางไปโดยรถไฟฟ้า ก็ควรเช็คเวลาสักนิด เพราะรถไฟฟ้าจะหมดเวลา 24.30 ของทุกวัน หรือจะกลับโดยแท็กซี่ก็ได้แต่อาจจะเสียค่ารถแพงสักหน่อย สำหรับคนที่ต้องการกินช็อปนานๆ 

วันที่ 2 ของการเที่ยวในสิงคโปร์

เช้านี้กะหาอะไรหม่ำย่านที่พัก แถวเกลั้ง ไม่ต้องห่วงแถวนี้เดินไปหาของกินสะดวก เพราะร้านค้าเยอะมีอาหารให้เลือกมากมาย จากนั้นเวลา 09.00 น. เดินทางไปสวนนกจูร่ง 


เวลาเปิดคือ 9.00-18.00 น.ที่นี่จะรวบรวมนกกว่า 8000 ตัว มากกว่า 600 สายพันธุ์ ทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งจัดเป็นสวนนกที่ใหญ่ที่สุดในภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ชมนกเพนกวินแสนน่ารัก ที่อาศัยและเล่นสนุกสนานในสิ่งแวดล้อม ขั้วโลกเหนือจำลอง จากนั้นยังจะได้ชมน้ำตกที่สร้าง ขึ้นโดยฝีมือมนุษย์ ที่สูงที่สุดในโลก ในบรรยากาศป่าชื้นแบบธรรมชาติ ชมการแสดงโชว์ของนกเหยี่ยว (FUJI WORLD OF HAWKS SHOW) และนกแสนรู้มากมาย (JBP All Star Bird Show)






วิธีการเดินทาง นั่ง MRT China Town ไปลงที่สถานี Boon Lay โดยเปลี่ยนขบวนจากสายสีแดงเป็นสายสีเขียวที่สถานี Outram Park  พอไปถึงสถานี Boon Lay ให้เดินออกทาง C เพื่อไปยัง Boon Lay Bus Interchange ที่คล้ายๆ กับอู่รถเมล์บ้านเรา จากนั้นนั่งรอรถเมล์ สาย 194 และสาย 251 สายใดก็ได้  ค่ารถ S$0.8    จากท่ารถไม่ถึง 10 นาทีก็ถึงแล้ว สังเกตง่ายๆ จะมีป้ายบอกขนาดใหญ่  จากนั้นก็เดินไปซื้อตั๋วเข้าชม ผู้ใหญ่ คิดเป็น S$14  แต่ตรงนี้พวกเราได้ซื้อบัตรชมไนซ์ซาฟารีพร้อมสวนนกไปแล้ว จึงไม่ต้องซื้อเพิ่ม เพียงแค่เก็บตั๋วไว้ไม่ให้หายและนำมาใช้อีกทีในการชมนก

นกเพนกวินเยอะมากๆ ดูแล้วก็อยากให้เขาได้อยู่ตามธรรมชาิติิมากกว่า ^-^
เสร็จจากเพลิดเพลินกับการชมนกที่สวนนกจูร่งแล้วพวกเราก็เตรียมตัวเดินทางไป เกาะเซ็นโตซ่า 


วิธีเดินทางกลับ
เดินไปที่ป้ายรถเมล์ตอนที่เดินเข้ามา และนั่งรถเมล์สาย 194 ไปยังสถานี Boon Lay Interchange ซึ่งเป็นสถานีสุดท้ายของรถเมล์ และยังเป็นสถานีของรถไฟฟ้า Boon Lay โดยใช้เวลานั่งประมาณ 15 นาที (ถ้าจะไปสวน Chainese garden ก็ขึ้นรถไฟไปอีกป้าย)

                                      

เวลา บ่าย 14.00 พวกเราก็ตัดสินใจเดินทางไปยัง เกาะเซ็นโตซ่า(Sentosa)ซึ่งที่นี่เปิดบริการเวลา 08.30-23.00
เซนโตซ่า เกาะแห่งความสนุกทุกรูปแบบ สถานที่ท่องเที่ยว อันเลื่องชื่อ ของ ประเทศ สิงคโปร์ เริ่มต้นด้วยการข้ามจากยอดเขา Mount Faber จากฝั่ง สิงคโปร์ สู่เกาะ Sentosa ด้วยกระเช้าลอยฟ้า (Cable car) ชมทัศนีย์ภาพเบื้องล่างของเกาะ Sentosa ชมวิวมุมสูง ของสิงโต Merlion ที่ตั้งกระหง่านอยู่เบื้องล่าง

วิธีเดินทาง นั่งจากสถานี Boon Lay ไปลงที่สถานี HarbourFront โดยมานั่งมาสายสีเขียวไปลงสถานี Outram Park ก่อนจากนั้นก็เปลี่ยนมาเป็นสายสีม่วงเพื่อไปยังสถานี HarbourFront เมื่อไปถึงให้เดินตามทางออกB แล้วเดินขึ้นบันไดเลื่อนไปด้านบน จากนั้นเดินขึ้นบันไดเลื่อนอีกครั้งตามป้ายบอกทางไป HarbourFront พอขึ้นไปแล้ว ป้ายเปลี่ยนทางจะเปลี่ยนเป็น Cabie Car แล้วก็เดินตามป้ายไปเรื่อยๆ จากนั้นจะเจอทางเชื่อมไปยังตึก HarbourFront สังเกตง่ายๆทางเชื่อมจะอยู่ใกล้กับร้าน Subway และป้ายเปลี่ยนทางจะเปลี่ยนเป็น HarbourFront tower 2 ก่อนจะเลี้ยวซ้ายตรงทางแยกเล็กๆ  แล้วเดินตรงไปอีก 50 เมตรก็จะเจอเคาน์เตอร์ขายตั๋วข้างในตึก HarbourFront 



บริเวณเคาเตอร์ขายตั๋วตรงนี้จะไม่เปิดขายแต่จะมีราคาเข้าชมสถานที่ต่างๆ ขายตั๋วเฉพาะ Cabal Car เท่านั้น ซึ่งราคาไป-กลับ S$ 12.9 (Cabal Car ไป-กลับราคา S$ 10.90+ค่าเข้าเกาะ S$ 2 รวมเป็นเงิน S$ 12.9) ซื้อตั๋วเรียบร้อยก็เดินไปขึ้นลิฟต์เพื่อไปยังชั้น 15 ซึ่งเป็นสถานีของ Cabal Car จากนั้นก็เตรียมตัวขึ้นกระเช้า โดยกระเช้า 1 คันจะสามารถนั่งได้ 4 คน

เมื่อข้ามมาถึงเกาะเซ็นโตซ่า แล้วจะเจอร้านขายของที่ระลึก และเดินไปเรื่อยๆ จนสุดทางก่อนจะโผล่ด้านหน้าของตึก Singapor Carbal Car bซึ่งบริเวณนี้จะมีเคาน์เตอร์ Information ที่มีเอกสารสำหรับเที่ยวเกาะ Sentosa วางแจกฟรี
ท่องเที่ยวรอบเกาะ สนใจเครื่องเล่นอันไหนเข้าเลย

หลังจากนั้นเราก็เดินทางไปชม Merlion ยักษ์
The Merlion Tower สัญลักษณ์ของ สิงคโปร์ ที่ถูกสร้างขึ้นเป็นตัวล่าสุด สูงถึง 37 เมตร เราสามารถ ขึ้นไปชม วิว ที่ Merlion view (ตรงปากสิงโต) เราจะได้เห็นวิว รอบเกาะ sentosa ที่มีมุมมอง 360 องศา รวมทั้งยังจะได้เห็น ทิวทัศน์ ส่วนหนึ่งของเกาะสิงคโปร์ตอนใต้ด้วย

วันนี้พวกเรารู้สึกเหนื่อยมาก จึงไม่ได้ไปชมการแสดงน้ำพุหรือโลมาสีชมพู ก็เลยตัดสินใจไปช็อปปิ้งในห้าง เพราะการเดินทางกลับก็ต้องผ่านเข้าห้างอยู่แล้ว สำหรับไปต่อที่รถไฟฟ้า ขากลับนี้เราก็นั่ง Cabal Car กลับเหมือนเดิม นั่ง Cabal Car จะมาอยู่ที่สถานี HarbourFront จากนั้นก็ใช้เส้นทางเดิมในการเดินทางกลับย่าน chinatown




วันที่ 3 ในสิงคโปร์

วันนี้ตั้งใจจะไปเยือนเมืองแขกบ้าง และไปชมรูปปลาหน้าสิงโตพ่นน้ำ รวมไปถึงตึกทุเรียน 
มื้อเช้าวันนี้ก็ไปหาหม่ำใกล้ที่พักอีกเหมือนเดิม บอกแล้วว่ามีหลายร้าน เพราะงั้นเรื่องกินชิวๆ มาก 


ที่แรกที่จะไป ก็กะไปชมตึกทุเรียนก่อน รวมไปถึงสิงโตพ่นน้ำ

วิธีการเดินทาง
ให้ไปลงที่สถานี Raffles Place ถ้าไปที่นี่เราก็จะได้เห็น merlion ที่เป็นรูปปลาหน้าสิงโตพ่นน้ำ esplanade ตึกทุเรียน singapore flyer และโรงแรม fullerton (ขึ้นจากรถไฟฟ้าใต้ดินแล้วก็ให้เดินไปตามป้ายเรื่อยๆ จุดหมายคือ fullerton hotel ไปต่อเลยครบ จากนั้นลงมาถึงข้างล่างเพื่อไปขึ้นรถไฟ MRT City hall จะต้องไปทาง Marina Bay วิ่งเป็นปลายทางของสายสีแดง

สะพาน Anderson


 ขึ้นจากรถไฟมาก็จะเจอย่านคนทำงานตึกรามสูงใหญ่รวมไปถึงโรงแรม บริษัทใหญ่ๆ มากมายเลยที่นี่เหมือนย่านสีลม สุขมวิทบ้านเราดีๆ นี่เอง
หลังจากนั้นเพวกเราก็ไปเดินชมตึกทุเรียนคะเดินไปเรื่อยๆ เด๋วก็เจอ เพราะว่าอยู่ที่เดียวกันหมด 

 เช้านี้ดับร้อนด้วยกาแฟสักหน่อยที่ใต้สะพานข้ามไปตึกทุเรียน ตรงนี้มีกาแฟขึ้นชื่อยอดนิยมอยู่ นั่นคือ ....^-^


ไปถ่ายรูปต่อกับ merlion ที่เป็นรูปปลาหน้าสิงโตพ่นน้ำกันดีฟ่า
Merlion นี้หันหน้าออกทะเล เป็นความเชื่อว่าเรียกคนให้มาเยือนประเทศสิงคโปร์ให้มากๆ และให้กลายเป็นเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญ


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ตร.จีนรวบชายแกล้งแต่งผีหลอกเพื่อนบ้าน เอาอุจจาระป้ายประตู

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจในเมืองต้าหลี่ มณฑลยูนนานของจีน เข้ารวบตัวชายวัย 43 ปีรายหนึ่งที่ แกล้งแต่งตัวเป็นผีออกมาหล...